นิทรรศการ“PANYA: READY MYTH DEMONCRAZY”

  ของ อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เชิญชมนิทรรศการของศิลปินแห่งชาติระดับตำนาน “อ.ปัญญา” ชี้ “โลกป่วย”และจะเผชิญกับมหันตภัยสิ่งแวดล้อมจากฝีมือมนุษย์เอง


ได้ฤกษ์ปีใหม่ - ศิลปินแห่งชาติระดับตำนาน “อ.ปัญญา วิจินธนสาร” นำวงการศิลปะของไทยสู่ยุค “ทรานฟอร์เมอร์”สร้างผลงาน ชี้ “โลกป่วย” และจะเผชิญกับมหาตภัย“สิ่งแวดล้อม” สร้างผลงานด้วยตู้ยาจีนโบราณชี้อาการป่วย และจากชิ้นส่วนซากรถยนต์เก่าชี้มหัตภัยสิ่งแวดล้อม แสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถตลอดเดือนมกราคม องคมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลลานนท์ให้เกียรติเป็นประธานเปิด

วันที่ 16 มกราคา 2561 หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ – อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ และประธานคณะกรรมการดำเนินงาน กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์” ได้เปิดเผยว่า ในช่วงปีใหม่นี้ ตลอดเดือนมกราคม 2561 ท่านได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะชุดใหม่ล่าสุด ชื่อ “PANYA: READY MYTH DEMONCRAZY” ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ การเปิดอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 16 มกราคม 2561ในเวลา 18.00 น โดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี

สำหรับผลงานที่ได้นำมาจัดแสดงครั้งนี้ จะขอกล่าวถึงผลงานชิ้นแรก ที่มีชื่อว่า “Bless My World”(รูปที่ 1) เป็นภาพพระเยซู หัวกลับบนตู้ยาจีนโบราณ โดยผมต้องการชี้ให้เห็นว่าโลกเรานี้กำลังป่วย พระเยซูบนสวรรค์ยังเป็นห่วงต้องการลงมาช่วยโลก

โดยผลงานด้านหน้านี้มีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ พระเยซูที่เราเห็นกันทั่วไปว่าท่านถูกตึงไว้บนไม้กางเขน แต่ในภาพกับถูกตึงโดยเครื่องบินในยุคใหม่ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้มีมานานแล้วตั้งแต่สมัยโบราณมาถึงปัจจุบัน จากรากเง้าความเชื่อทางศาสนาและการเมือง

ขณะที่อีกด้านหนึ่งของตู้จะมีภาพของ “โอบาม่าคู่กับกัดดาฟี่” และมีตัวอักษรเพื่อสื่อความหมาย ว่า “Bless My World” ที่เป็นชื่อของผลงานชิ้นนี้ด้วย เพื่อสื่อว่าแม้โลกจะมีความขัดแย้งมากเพียงใด ผมก็ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ขอโลกหายป่วย มีแต่ความสงบสุข

สำหรับผลงานชิ้นที่ 2 ที่ผมขอกล่าวถึงมีชื่อว่า “ยานแมงมุม”(รูปที่ 2) หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า “VW Spindler Cars” เป็นผลงานที่ผมมีแนวความคิดอยากทำมานานแล้ว เมื่อมีแนวคิดผมก็ออกตามหาและเลือกเฟ้นวัสดุที่จะมาสร้างสรรค์ขึ้น ก็ไปพบกับฝากระโปรงเก่ารถโฟล์คที่ตรงกับแนวคิดถึงซื้อมาประกอบเป็นตัวแมงมุนขึ้นมา

ส่วนขาแมงมุมที่ยั่วเยี่ยนั้น ผมได้ใช้บังโกนหลังของรถโฟล์คและบังหลังของรถมินิ ที่เป็นเหล็กที่ไม่เป็นสนิม(stainless steel) นำมาประกอบกับตัวแมงมุม เป็นแมงมุมจำนวนหนึ่งขึ้นมาแล้วจัดว่างเพื่อได้ชม และได้สื่อกับผู้ชมว่า “แมงมุม”เป็นเพียงสัญญาลักษณ์ที่สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมที่จะเปลี่ยนไป ในอนาคต“แมงมุม”จะกลายเป็นสัตว์ที่มีพิษภัยร้ายต่อมนุษย์มากขึ้น จะเป็นมหันตภัยยิ่งกว่าความขัดแย้งของมนุษย์กับมนุษย์เราเองเสียอีก

ส่วนผลงานที่ 3 ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ขอกล่าวถึง ก็คือผลงานชื่อ “Season Change” หรือชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ผัดฤดู”(รูปที่ 3) ผลงานชิ้นนี้ ผมได้มาจากชิ้นส่วนของรถโฟล์ค อยู่ในสภาพเก่า เป็นของเดิม นำมาประกอบกัน เป็นรูปดอกบัวร่วง ทำให้นึกไปถึงหนังเรื่อง “ทรานฟอร์เมอร์” ที่หุ่นยนต์แปลงร่างได้ ผมได้โอกาสนำมาแปลงเป็นดอกบัวที่มีสนิ่มท ให้อารมณ์ดี

ผลงานชิ้นนี้จะพูดถึงสิ่งแวดล้อมหรือฤดูกาลที่ต่อไปนี้จะไม่เป็นตามธรรมชาติ หรือไม่เป็นไปตามฤดูกาลที่เคยเป็นมาที่ฤดูร้อนแม้จะร้อน แต่ก็จะมีลมทะเล ลมป่าพัดพาความเย็นมาจากทะเลและป่าเขาช่วยลดความร้อน ทำให้อากาศเย็นลง ฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นสบาย และฤดูฝนที่ฝนหรือพระพิรุณจะโปรยปรายลงมาทำให้พื้นดินชุ่มฉำ ท้องไร่ท้องนาทั่วแผ่นดินก็จะเขียวขจีตามมา

แต่ฤดูกาลในอนาคตอาจจะไม่เป็นเช่นที่เป็นอยู่อีกแล้ว เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย ส่งผลกระทบต่อฤดูกาล ฤดูกาลอาจเปลี่ยนไป ภูมิอากาศจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลวร้ายรุนแรงและมีแต่เลวลง

ศิลปินจึงต้องเอากลีบดอกบัวที่ล่วงโรยดอกนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันและอนาคตที่จะรุนแรงขึ้น ในชื่อ “Season Change” หรือการ “ผัดฤดู” ที่น่ากังวล

(HOME)