Bangkok Art News

แนวรบด้านศิลปะที่สถานีรถไฟใต้ดินเมือง“เคียฟ”


ได้เห็นการสู้รบกันบนดินระหว่างรัสเซียกับยูเครนทางทีวีและหนังสือพิมพ์จนทำให้คนในเมืองเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนต้องหลบกระสุนหลบระเบิดลงใต้ดิน อาศัยตามสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ ทำให้หวั่นใจไปทั่วโลก

ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมคนเมืองเคียฟต้องหนีลงไปใต้ดินใต้สถานี?

ในเมืองเคียฟนี้มีรถไฟใต้ดินทั้งหมด 3 สายหลัก ในแต่ละสถานีเหล่านี้มีร้านอาหาร ห้องน้ำ ห้างร้านต่างๆอยู่เป็นจำนวนมาก และมีพื้นที่มากพอให้คนเข้าไปหลบภัยได้

ที่สำคัญสถานีแต่ละแห่งสร้างขึ้นอย่างแข็งแรง และลึกเอาการ แต่ละสถานีขุดลึกลงไปใต้ดินราวตึกสูง 27-28 ชั้น

สภาพความเป็นอยู่ของคนเมืองเคียฟในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่งที่แออัด


ใต้ดินมีแนวรบด้านศิลปะ

ที่มหัศจรรย์พันลึกไปกว่านั้นก็คือทุกสถานีสร้างขึ้นอย่างวิวิศมาหรา สวยสดงดงาม แถมมีผลงานศิลปะแต่ละยุคแต่ละสมัยติดตั้งไว้ ดึงดูใจให้ผู้มาใช้บริการได้ชื่นชม

ในยุคเริ่มแรก ยุคที่ยูเครนยังเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ก่อนปี 2534 การก่อสร้างรถไฟใต้ดินสร้างขึ้นโดยรัสเซีย เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีการประดับด้วยแชงดิเลียหรือโคมระย้าที่งดงาม

ที่โดดเด่นถูกจัดอันดับว่าเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่สวยติดอันดับ 1 ใน 10 สถานีรถไฟใต้ดินของโลกนั้นก็คือสถานี"โซโลติ โวโรต้า" (Zoloti Vorota)ในเมืองเคียฟแห่งนี้


สถานี"โซโลติ โวโรต้า"ที่งดงามด้วยโคมระย้า เสาและพื้นหินอ่อน


ส่วนความงามของด้านศิลปะก็อยากเชิญชวนไปเยี่ยมสถานีที่มีชื่อว่า "ลิบิดสก้า" (Lybidska) ที่มีผลงานของ“นิโคลาย บาร์ทอสสิค”(Nikolai Bartossik)ศิลปินระดับศิลปินแห่งชาติของยูเครน ที่ปัจจุบันนี้มีอายุเข้าวัย 71 ปี ได้สร้างผลงานยุค “แสงดาวแห่งศรัทธา”ให้กับยูเครน เพื่อประดับไว้ที่สถานีรถไฟใต้ดินแห่งนี้

ผลงานของ “นิโคลาย” สร้างขึ้นจากการหล่อทองเหลืองเป็นท่อหลายๆเส้น นำมาเรียงซ้อนกันเหมือนแสงดาวที่กระจายออก ซึ่งแสงนี้ได้จากดาว 3 ดาว ดวงใหญ่จะประดับไว้ที่ตรงกลาง เสริมด้วยดาวดวงเล็กที่อยู่ด้านบนและล่าง ทั้งหมดนี้ติดตั้งขนพื้นหินอ่อนสีครีมสวย สร้างองค์ประกอบผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวงดงาม


ศิลปะยุคแสงดาวแห่งศรัทธาของ“นิโคลาย บาร์ทอสสิค”


ขณะที่สถานี "พาเลซ "ก็มีผลงานสะท้อนยุคสมัยเดี่ยวกันนี้อีก 3 ชิ้น ผลงานชิ้นแรกเป็นภาพทหารพื้นสีแดงยืนยามถือปืน ด้านข้างนั้นจะมีผลงานร่วมสมัยที่เป็นเครื่องราชของรัสเซีย 2 ชิ้น ที่ทั้ง 2 ชิ้นมีแถบแสงดาวเป็นพื้น ที่ในดวงดาวนั้นบรรจุด้วยฆ้อนเคียวและค้อนกับเครื่องมือการเกษตรของชาวนา ที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการสื่อให้เห็นความสำคัญของกรรมการชาวนาที่จะร่วมกันสรรค์สร้างโลกใหม่(บรรยาฟังดูซ้ายๆดีจัง)

ผลงานแนวแสงดาวและพลังกรรมการชาวนาสร้างโลกก็ยังปรากฎอยู่ที่สถานี”ชูเลียฟสกา” (Shuliavska) ที่แสดงภาพที่ให้ความสำคัญโรงงานอุตสาหกรรมด้านล่าง มีคนงานและนักวิทยาศาสคร์ยืนเด่นคู่กันเพื่อแสดงถึงความสำคัญของคนงานที่มีต่อการผลิต

นอกจากการใช้แสงดาวเชิดชูกรรมกรชาวนาแล้ว ผลงานที่สถานี "สถาบันโปลีเทคนิค" (Politekhnichnyi instytu) ที่เป็นรูปสตรียืนเด่นยืนเดียวในท่วงท่าที่งดงาม พร้อมกันนี้ยังมีคลายๆแสงโค้งเหมือนแสงดาวพุ่งขั้นจากพื้น เป็นวงล้อมเธอไว้อย่างทนุถนอม และทางด้านซ้ายยังมีประกายแสงดาวพุ่งเน้นให้เห็นความสำคัญของสตรี เป็นผลงานที่ดูก็รู้ว่าเน้นให้เห็นความสำคัญของ “สตรี” ที่จะมามีบทบาทมีส่วนในการเข้ามาสร้างสรรค์โลกใบนี้ด้วย


ผลงานศิลปะที่สถานี”ชูเลียฟสกา” และผลงานที่สถานี "สถาบันโปลีเทคนิค"


ผลงานทั้งหมดที่นำมาให้ได้ดูนี้ จะดีหรือไม่ดี ชอบหรือไม่ชอบ น่าจะปล่อยให้คนดูตัดสิน

แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะยูเครนได้มีการออกกฎหมายสมัยของประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ให้รื้อวัตถุ "คอมมิวนิสต์" หรือผลงานที่เราเรียกมาตั้งแต่ต้นว่าผลงาน “แสงดาวแห่งศรัทธา”ทั้งหมด นำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์อย่างน่าเสียดาย


โลกศิลปะที่เปลี่ยนไปในสถานีรถไฟใต้ดินเมืองเคียฟ

การปิดประตูสำหรับงานศิลปแนวดาวเดือน-กรรมกรชาวนาของยูเครนครั้งนั้น ได้นำไปสู่การเปิดรับศิลปะแนวสตรีทอาร์ทหรือการก้าวตามศิลปะอเมริกันของเมืองเคียฟอย่างคึกคัก ภาษาศิลปะก็เปลี่ยนท่วงทำนองไป คนยูเครนจะได้ยินเพลงแรปทำนอง “ในสถานีรถไฟใต้ดินเรามี....”มากขึ้น

ที่โดดเด่นเร้าร้อนจะเป็นโครงการสตรีทอาร์ทยุคแรก มีชื่อว่าโครงการ ‘More than Us‘ ที่จัดและสนับสนุนโดยเมืองเคียฟโดยตรง

โครงการนี้เมืองเคียฟได้เชิญ 8 ศิลปิน 8 ชาติมาสร้างสรรค์ผลงานในแนวสตรีทอาร์ท ที่สถานี “โอโสโคร์กี้”(Osokorky) ที่จะเปิดใหม่

ผลงานชิ้นแรก ที่แตกต่าง เป็นของศิลปิน คอสตาริกา (Costa Rican) “มาทา รูดา”(Mata Ruda) สร้างงานบนหลังคาโค้งของสถานี ชื่อเพราะพริ้งว่า “เอกราช” (Autonomy) เป็นภาพผู้หญิงในชุดประจำชาติของไครเมีย ดินแดนที่ได้ถูกผนวกเข้ากับรัสเซีย เหมือนการส่งสัญญาณเพื่อประท้วง?

ผลงานชิ้นที่ 2 เป็นของศิลปินสเปญ ชื่อผลงานว่า “มาตุภูมิ”(Motherland) ผลงานชิ้นนี้เป็นรูปหมีใหญ่ที่มือด้านหนึ่งแสดงท่ากำลังตะปบหอควบคุมการบินของเมือง “โดเนตสค์” (Donetsk) ซึ่งจากประวัติความเป็นมาของเมืองนี้ ในท้ายที่สุดหอควบคุมแห่งนี้ได้ถูกทำลายลงจากความขัดแย้งในครั้งนั้น ผลงานชื้นนี้จึงเป็นการสื่อถึงผลของความคัดแย้งในครั้งนั้นนั่นเอง


ผลงานชิ้นแรกชื่อ“เอกราช”(ซ้าย) และ ผลงานที่ 2 ชื่อ“มาตุภูมิ”


ผลงานที่ 3 ที่เป็นผลงาน "ไม่มีชื่อ" เป็นผลงานสีขาว-ดำ ของศิลปินสวิส “อิสซาม เรซกี”(Issam Rezgui) ผลงานชิ้่นนี้ได้อาศัยใบหน้าของรัฐมนตรีวัฒนะธรรมและศิลปะของยูเครนในเวลานั้น แสดงอารมณ์จากการมองผ่านกระจกตึกสูงในเมืองโดเนสตด์(อีกแล้ว) เมืองแห่งความขัดแย้งทางเชื้อชาติ

ผลงานที่ 4 เป็นของศิลปินอเมริกัน BKFoxx ชื่อผลงาน ‘Unfinished‘ (หรือ “ยังทำไม่เสร็จ”) ศิลปินเมืองแรปท่านนี้ได้ใช้รูปผู้หญิงกำลังปักผ้าๆเป็นองค์ประกอบหลัก และผลงานชิ้นนี้ได้ใช้แผ่นกระเบื้องสี สร้างภาพให้เห็นเป็นผู้หญิงคนนี้กำลังปักผ้าให้เป็นธงชาติยูเครนชาติของเธอเองด้วยสีน้ำเงิน-เหลือง เหมือนศิลปินอเมริกันท่านนี้ต้องการบอกเล่าถึงการสร้างชาติยูเครนของคนยูเครนผ่านผู้หญิงคนนี้ ว่าการสร้างชาติยูเครนยังไม่แล้วเสร็จ


ผลงานชิ้นแรกชื่อ“เอกราช”(ซ้าย) และ ผลงานที่ 2 ชื่อ“มาตุภูมิ”


ผลงานที่ 5 เป็นผลงานของศิลปินท้องถิ่นของยูเครน ที่มีชื่อกลุ่มว่า “อเล็กซานเดอร์ บริทเสฟ“ (Alexander Britsev) ที่สร้างผลงานชื่อ ‘Samotkana‘ ที่ภาษายูเครนแปลว่า “ทอเอง” ที่เป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถักทอไหมพรมเป็นแผ่นที่ของประเทศ

ผลงานที่ 6 เป็นผลงานของศิลปินชาวบราซิล “Apollo Torres” สร้างสรรค์ผลงานชื่อ “ภาษาสากล”(‘Universal Language) เป็นภาพของนักดนตรีกำลังเล่นดนตรีอยู่ด้านหน้าอพาร์ทเม้นท์ ที่มีเด็กผู้หญิงกำลังนั่งเล่นเปียนโนสีธงชาติด้วย และที่เปียโนนั้นได้มีวันเดือนปีเขียนกำกับไว้ด้วยเลข“20-02-14”


ผลงานชื่อ "ทอเอง" ของกลุ่มศิลปินยูเครนและของศิลปินบราซิลชื่อ "ภาษาสากล"


ผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ประท้วงที่เรียกว่าเหตุการประท้วง Maidan หรือการประท้วงที่ central square ในการประท้วงครั้งนั้นจะมีเด็กผู้หญิงยูเครนได้ย้ายเปียนโนมาเล่นบนถนนทุกวันระหว่างที่มีการประท้วงจนกลายมาเป็นสัญญาลักษณ์ของการประท้วงครั้งนั้นไป

ผลงานอันดับที่ 7 เป็นผลงานของศิลปินเบลเยี่ยม “แมททิว ดาวส์” (Matthew Down) ได้สร้างผลงานขาว-ดำขึ้นในชื่อ ‘Avdeyevka‘ ที่เป็นชื่อหมู่บ้านในเมือง“โดเนตสค์” ที่มีการสู้รบกันระหว่างนักรบยูเครนกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน(ที่นิยมรัสเซีย) โดยในภาพขาว-ดำได้มีภาพเขียนสีชมพูซ้อนอยู่ด้านหน้า ที่เป็นเจตนาของศิลปินท่านที่ต้องการสื่อถึงความฝันของเด็กในเมืองนี้ ที่ฝันอยากจะเห็นบ้านเมืองเธอเป็นดั่งสีชมพู ที่ดูจะน่าอยู่กว่า

ผลงานอันดับที่ 8 ผลงานชิ้นสุดท้ายที่สร้างสรรค์จากข้อเท็จจริงของการเดินทางไปสู่รบของคนในประเทศนี้ โดยศิลปินเบลเยี่ยมได้สร้างผลงานชื่อ‘Knowledge is a treasure‘ (ที่แปลพอได้ว่า “ความรู้เป็นทรัพย์”) เป็นภาพของผู้ชายที่เป็นครู ชื่อ “โวโลดีเมียร์ ดูลอส”(Volodymyr Dolos)ที่มีตัวตนจริง ได้ไปรบ(จริง)ในแนวหน้าที่ด้านตะวันออกของประเทศ ซึ่งในการรบครั้งนั้นเขาได้รับบาดเจ็บต้องนอนรอความช่วยเหลือนานถึง 5 วันกว่าจะมีผู้มาพบและช่วยให้รอดตายกลับมาได้


ผลงานของศิลปินเบลเยี่ยมสื่อความฝันของเด็กและผลงานของศิลปินเบลเยี่ยมเช่นกันของครู“โวโลดีเมียร์ ดูลอส”


ทั้งหมดนี้คือ 8 สตรีทอาร์ท ที่เหมือนคัมภีร์โลกศิลปะยุคใหม่ของยูเครนที่แตกต่างจากของเดิมมาก แล้วทั้งหมดนี้ยังได้ชี้ให้เราเห็นได้ว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนนั้นได้มีการรบการปะทะกันอย่างจริงจังในสถานีรถไฟใต้ดินของเมืองมาอย่่างต่อเนื่องยาวนาน ได้ล้างผลาญผลงานศิลปะที่ศิลปินได้สร้างสมไว้ด้วยจิตวิญญาณต้องดับสูญไปอย่างไม่มีวันกลับ.....


ผลงานที่ถูกลบและต้องดับสูญไปชิ้นหนึ่งที่สถานี "พาเลซ "เป็นผลงานที่แสดงถึงเครื่องราชของรัสเซีย


Home | Previous | Next

94174-1