Bangkok Art News

Presents:

ตาม "อาจารย์อำมฤทธิ์" ไปหา Galileo Chini ที่ อิตาลี

อาจารย์อำมฤทธ์ ชูสุวรรณ อดีตคณบดี คณะจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร ได้เดินทางไปอิตาลีและเขียนบทความนำลงใน FaceBook หลายแห่งมีเนื้อหาที่เราเห็นว่าน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำมาลงซ้ำ เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้ได้ประโยชน์กับคนอ่าน Bangkok Art News ด้วย โดยท่านได้เริ่มต้นบทความนี้ ไว้ดังนี้

วันนี้มาชมนิทรรศการสำคัญอีกเมือง Pontedera อยู่ใน Toscana เช่นกัน ห่างจาก Peitra santa ราวครึ่งชม. ทางรถยนต์ เมือง Pontedera นี้ มีธุระกิจสำคัญคือเมืองที่มีศูนย์การผลิต Piaggio หรือ Vespa(รถมอร์เตอร์ไซค์) ในบ้านเรา

เมืองนี้จึงได้รับการดูแลจากธุรกิจนี้เป็นอย่างดี ชาวเมืองเล่าว่า แม้วันนี้การผลิต Vespa ได้ย้ายไปจีน ไปที่อื่นๆแล้วด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่เจ้าของ Vespa ยังอยู่ในเมืองนี้ ยังสนับสนุนเมืองนี้อยู่

เขาบอกว่า เมื่อเป็นคนที่นี่ก็ต้องอยู่ที่นี่ แล้วบอกว่า เจ้าของ Ferrari ก็เช่นกันไม่เคยย้ายออกจากเมือง Modena เลย เจ้าของ Vespa สนับสนุนงานทางด้านวัฒนธรรมของเมืองนี้ เมืองเล็กๆที่มีงานนิทรรศการดีๆ เขาทำให้ทุกคนในเมืองพูดถึง Museum นี้อย่างภาคภูมิใจ

วันนี้เรามาชมนิทรรศการ ของ Galileo Chini ศิลปินที่ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินของชาติอิตาลีอย่างสมเกียรติ์ ซึ่งช่วงเวลาหนึ่งได้เดินทางมาสร้างผลงานในเมืองไทย หรือสยามของเรา ผลงานที่ประจักษ์คือภาพเขียนจิตรกรรมในโดม “พระที่นั่งอนันตสมาคม” และที่อื่นๆอีกเล็กน้อยในเมืองไทย

ด้วยท่านอยู่พำนักในช่วงเวลาที่สั้น คือสามปี ผลงานของ Galileo Chini ในทุกวันนี้จึงกระจัดกระจายอยู่ตามนักสะสม และ Museum ต่างๆมากมาย เมื่อเมืองนี้จะจัดงานแสดงก็ต้องใช้เวลาติดตามและรวบรวมอยู่นานพอควร เมื่อเข้าไปชมผลงานก็เป็นการเข้า Museum แบบมาตราฐาน คือต้องฝากทุกอย่างไว้ด้านนอกแม้แต่มือถือ

กลุ่มเราได้รับอนุญาติพิเศษ นำเข้าไปได้ เพราะอนุญาติให้ถ่ายภาพได้ในห้องแสดง ที่ถูกออกแบบโดยนักออกแบบที่มีชื่อเสียง ทำให้ตัวผลงานยิ่งน่าชมมากยิ่งขึ้น นิทรรศการครั้งนี้ เป็นเรื่องของน้ำที่เชื่อม โยงกับผลงานของเขา ทะเล แม่น้ำ สายน้ำ ล้วนมีความหมายทั้งสิ้น

เราโชคดีที่วันนี้ คุณป้า Paula Chini หลานปู่ และ Vieri Chini ลูกพี่ลูกน้อง มาร่วมชมและพาเดินชมอย่างละเอียด หลานทั้งสองคนนี้ เป็นฝรั่งหัวใจไทยจริงๆ เขาผูกพันธ์กับเมืองไทยมาก จนป้า Paula ถึงกับพูดว่าอยากมาชมพระราชพิธี ราชาภิเษก ของ “ร. 10” ของเรามาก

ผลงานบางส่วนของท่านที่จัดแสดงที่ Museum ในอิตาลี ผลงานชิ้นกลางชื่อ "สำเพ็ง"


วันนี้ป้า อายุ 89 ปีแล้ว ยังเดินทางไปในที่ต่างๆที่ งานของคุณปู่ท่านไปแสดง ยังอธิบายได้อย่างแม่นยำถึงเรื่องต่างๆ และยังติดตามผลงานของคุณปู่หากทราบว่าไปอยู่ที่ไหน

ท่านเล่าว่า Galileo Chini นั้นเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก จึงต้องมาอยู่ในครอบครัวของลุงที่เป็นนักอนุรักษ์ และช่างเขียน เขาจึงได้รับการสนับสนุนให้เรียนศิลปะที่ อะคาเดมี่ ที่ ฟลอเรนซ์ จนในที่สุดได้ทำงานกับอาจารย์ที่มีฝีมือ และได้ร่วมกับญาติทำโรงงานเซรามิค กับ Chino Chini อันเป็นญาติกัน

ตระกูลนี้มีความเชี่ยวชาญเรื่อง เซรามิคเป็นอย่างยิ่ง เรียกว่างาน เซรามิคของเขามีทุกที่เช่นกัน และขึ้นชื่อในระดับต้นๆของวงการเซรามิคของอิตาลีเลย Galileo เลยเรียนและเริ่มทำงานในการออกแบบเซรามิคที่นี่ และทำงานจนเป็นที่รู้จักของวงการ และมีคนจ้างงานมากมาย

แต่ด้วยความที่ตัวเองมีความอยากเป็นศิลปินมากกว่า จึงเริ่มเดินทางสายศิลปะ มากกว่างานเซรามิค ซึ่งปล่อยให้ Chino Chini ดูแลและทำต่อไป โรงงานนี้ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ และยังสร้างงานในเทคนิคดั้งเดิมอยู่ตลอดเวลา

มาที่ Chini หลังจากมุ่งหน้าไปทางศิลปะแล้วก็ทำงานอย่างจริงจัง จนมีผลงานมากมาย และในที่สุดก็ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นศิลปินที่ได้เขียนภาพในโดมของ Italian Pavilian และปรากฏอยู่จนทุกวันนี้

ครั้งหนึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสเวนิส และทรงทอดพระเนตร งานเวนิส เบียนนาเล่ พระองค์ท่านทรงสนพระทัยในฝีมือของช่างเขียนอิตาเลียนคนนี้ จึงรับสั่งอยากได้ไปเขียนงานจิตรกรรมภายในโดมของพระที่นั่งอนันตสมาคม

จึงให้ทางราชการติดต่อกลับไป และในที่สุด Galileo Chini ก็มาถึงสยาม ใน คศ. 1911 (พ.ศ.2454) และทำงานอยู่สยามจนถึง 1913(พ.ศ 2456) จึงกลับมายัง อิตาลี และถูกเลือกเข้าแสดงงานในเวนิส เบียนนาเล่ ในปี พ.ศ. 2457 ซึ่งผลงานส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นงานที่สร้างขึ้นเมื่อทำงานอยู่ใน สยามประเทศ. ในชื่อโครงการว่า “หวนคิดคำนึงถึงกรุงเทพฯ” (Nostalgia di Bangkok)

ผลงานเหล่านั้น ได้ปรากฏอยู่ใน งานทิทรรศการครั้งนี้ โดยเรียก พื้นที่ตรงนั้น ว่า ห้องแห่งสยาม นับว่าเป็นการสรุปการเดินทางที่งดงามยิ่ง

(HOME)


Contact Us