Bangkok Art News

   ติดต่อเราได้ที่ E-mail: spintrue@truemail.com

Art Camp ที่สงขลา – บ้าน“ป๋า”ยังมีมนต์เสน่ห์

ตอนที่ ๒ ไป“หาดสมิหลา”ไปหา“นางเงือก”

ปีนี้ เป็นปีที่ใกล้วันเกิด “ป๋า” จะครบ ๙๙ ปี พวกเราก็คิดว่าในช่วงระยะเวลาที่สำคัญนี้
เราควรหาโอกาสไปเยือนบ้านเกิด “ป๋า”ที่จังหวัดสงขลา


เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง "หาดสมิหลา"


ไป“หาดสมิหลา”ไปหา“นางเงือก”

การที่ทุกคนได้นอนพักผ่อนกันมาอย่างเต็มอิ่ม ๑ คืน ช่วยให้ความกระชุ่มกระชวยและความสดชื่นกลับมา ยิ่งเมื่อได้เติมพลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม พวกเราทุกคนก็ไม่ยอมให้เสียเวลา รีบเร่งไปลงทะเบียน รับเฟรม รับสี ออกเดินทางไปสร้างสรรค์ผลงานกันทันทีม

สถานที่ๆจะไปสร้างผลงาน ได้มีการสำรวจไว้ล่วงหน้าแล้ว เป็นที่ๆสำคัญ และงดงามของสงขลา โดยแบ่งออกเป็น ๔ สถานที่ ทุกคนสามารถเลือกเดินทางไปตามใจปราถนาด้วยรถตู้ที่จัดเตรียมไว้แล้ว

สถานที่ในฝันแห่งแรกที่ขอยกมากล่าวถึงคงหนีไม่พ้น “หาดสมิหลา” ที่คิดว่าคงจะมีศิลปินหนุ่มสาวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ด้วยชื่อเสียงของหาดและเอกลักษณ์รูปปั้น“นางเงือก” บนโขดหินที่มีอยู่ที่เดียวในประเทศนี้

แต่การคาดการณ์ของเราดูจะไม่ค่อยแม่น “หาดสมิหลา” และ “นางเงือก” ได้รับความสนใจจากศิลปินหนุ่มสาวไม่มาก คนที่มากับรถตู้ก็มีจำนวนน้อยจนทำให้พวกเรางุนงง และต้องย้อนถามตัวเองว่าพวกเราเป็นคนหลงยุคหรือเปล่านี่?

ที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น ก็คือมีศิลปินได้สร้างสรรค์ผลงาน“นางเงือก” ด้วยสีน้ำขนาดเล็กในแบบรองมือมีเพียง ๒ ชิ้น ที่เป็นเนื้อเป็นหนังมีเพียงชิ้นเดียว เป็นผลงานของ “พี่กรุง” (ชัยวุฒิ เทียมปาน) เด็กทุน “ป๋า” รุ่นที่ ๑ ผลงานเป็นรูป “นางเงือก” บนชะง่อนหินที่สวยงาม แต่กลับตั้งชื่อว่า “แหลมสมิหลา” ช่างน่าแปลกดี


ภาพซ้าย ศิลปินสรร้างงานที่ชายหาดสมิหลา ด้านขวาเป็นผลงานของ "พี่กรุง"


การที่พวกเราจำนวนหนึ่งได้มาที่แห่งนี้ ได้สร้างบรรยากาศให้หาดมีความครึกครื้น มีชีวิตชีวาขึ้น ยิ่งนำเฟรม และสีมาสาดสี สาดแสงบนเฟรมผ้าใบให้เห็นถึงความงามของ “หาดสมิหลา”ทำให้หาดมีสีสันคลายความเหงาไปได้บ้าง

และที่น่าดีใจ ก็คือผลงานที่ “หาดสมิหลา” แห่งนี้ไม่ได้น้อยเหมือนผลงานของน้อง “นางเงือก” มีศิลปินน้อยใหญ่สร้างผลงานไว้กว่า ๒๐ ชิ้น ทำให้ยังเห็นความงามของท้องทะเล คู่กับต้นสนและศาลาที่พักหลังเล็กๆริมหาด ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย และเหมาะ กับการมาพักผ่อน

วันนี้ “หาดสมิหลา” อาจดูเหงา “นางเงือก” มีคนถ่ายรูปด้วยน้อยลง แต่ “หาดสมิหลา” ก็ยังคงรอคอย รอต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน “นางเงือก” ก็ยังขยัน จัดท่านั่งพับเพียบบนโขดหินเช่นเดิม รอให้ผู้คนมาถ่ายรูปด้วยอย่างไม่รู้เหนื่อย


ศิลปินและผลงานที่ได้จากหาดสมิหลา


ที่ผ่านมาพวกเรากังวลอยู่กับความเหงาของหาดจนลืมข้อเท็จจริงบางประการไป ว่าทุกคนไม่ได้ไปที่หาดกันทั้งหมด มีบางส่วนแยกตัวไปที่ “เขาตังกวน” ที่เป็นพื้นที่เดียวกันและเชื่อมต่อกันกับ “หาดสมิหลา” เพื่อไปสร้างงานที่ตีนเขาและยอดเขา

การที่มีศิลปินจำนวนหนึ่งได้แยกตัวไปที่ “เขาตังกวน” พบว่าที่ตีนเขาและยอดเขามีเรื่องทีน่าสนใจ เนื่องจาเขาสูงแห่งนี้สามารถมองเห็นความงามของเมืองสงขลาจากมุมสูงได้รอบทิศแบบ ๓๖๐ องศา เห็นทะเลสาบสงขลา เห็น“หาดสมิหลา”
เห็นเมืองสงขลาได้ทั้งหมด

ขณะเดียวกันที่ตีนเขาด้านล่างยังมี “ศาลาพระวิหารแดง” ที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๕ ยืนเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิค ที่กระตุ้นความสนใจของผู้คนที่ได้มาเห็น รวมทั้งศิลปินที่ต้องการสร้างผลงานจากสถานที่จริง ทำให้เด็กทุน “ป๋า”ฝีมือระดับอาจารย์ ๒ ท่านได้สร้างผลงานจากสถานที่นี้

ผลงานมุมสูงที่โดดเด่นเป็นของ “อาจารย์พรรษา พุทธรักษา” ม.ศิลปากร ที่ก่อนจะได้สร้างผลงาน ก็ต้องสร้าง ขันติบารมี ด้วยเดินเท้าจาก “ศาลาพระวิหารแดง”ขึ้นบันไดพญานาคถึง ๑๔๕ ขั้นไปถึงยอดเขา ฝังตัวทำงานอยู่บนนั้นจนก่อนตะวันจะลับฟ้าจึงได้กลับลงมา ได้ผลงานชื่อ “มุมสูงยามบ่าย ณ เขาตังกวน” ขนาด ๑๐๐x๑๒๐ ซม. มา ๑ ผลงาน

ส่วนผลงานที่โดดเด่นจากด้านล่างจาก “ศาลาพระวิหารแดง” เป็นของ“อาจารย์เกรียงไกร กุลพันธ์”เด็กทุน “ป๋า” จาก “ลาดกระบัง” ที่ลุ่มหลงในสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิคของศาลาฯ นำมาสร้างผลงานชื่อ“ตึกแดงเขาตังกวน” ที่งดงามด้วยสีอะคริลิค ขนาด ๑๐๐x๘๐ ซม.


ผลงานด้านซ้ายมือเป็นของ อ.พรรษา ด้านขวาเป็นผลงานของ อ.เกรียงไกรที่ยืนถือผลงาน


ผลงานในทริปนี้ที่ “หาดสมิหลา” แม้จะมีไม่มากแต่ก็งดงาม สะท้อนให้เห็นความงามของธรรมชาติสถาปัตยกรรมและรูปปั้น ที่มีอยู่จริงอย่างหลากหลายและน่าสนใจ ไม่เปลี่ยนแปลง

(โปรดติดตามตอนที ๓ "เกาะยอ-มนต์เสน่ห์ทะเลใต้")

(HOME)