Bangkok Art News

"เตี๊ย" ผู้ปิดทองหลังพระของหนังไทย

ได้อ่านแล้ว เป็นเรื่องที่น่าสนใจในวงการศิลปะผสมกับภาพยนต์ เลยขออนุญาตท่านผู้เขียนที่เคยลงเผยแพร่ มาเผยแพร่ซ้ำให้กับ แฟนๆของ Bangkok Art News ได้รับรู้

“สมชาย ปานประชา” ผู้เขียน

เตี้ยคือใคร?

เตี้ย หรือ ทวีศักดิ์ ทัศคร ได้เปลี่ยนชื่อเป็น การัญพน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าที่เขียนนั้นถูกต้องไหม

เขาเป็นเพื่อนผมตั้งแต่เรียนช่างศิลป เมื่อถูกเพื่อนตั้งชื่อ เตี้ย เขาอุทธรณ์ว่าในห้องมีคนที่เตี้ยกว่าเขาอีกตั้งสองคน แต่ไม่มีใครสนใจข้อเท็จจริง เตี้ยแล้วเตี้ยเลย จนข้ามมาเรียนจิตรกรรม ที่ศิลปากรก็ยังเป็นเตี้ยต่อไป

เย็นวันหนึ่งเราสองคนควักกระเป๋า เอาเงินที่มีมารวมกันยังไม่พอซื้อข้าวได้จานนึงเลย......เดี๋ยวไปกินที่บ้านพี่กู.... เขาชวน

เมื่อไปถึงบ้านพี่ของเขาที่แฟลตดินแดง พี่ชายเขาไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด ในครัวมีข้าวสาร ไข่สองฟอง แค่นั้น .......

มื้อนั้นเรารอดตัวมาได้ด้วยข้าวกับไข่ต้มคนละฟอง กินแกล้มกับหอมแดง

ไก่อบฟางของเตี้ย

อีกวันอาทิตย์หนึ่งที่คณะจิตรกรรมใกล้เที่ยง ผมนั่งคลายเครียดด้วยการหากิ่งไม้เล็กๆ มาปักเป็นพะเนียด ล้อมลูกหมาที่มานอนหลับอยู่บนสนามหญ้าหน้าอนุสาวรีย์อาจารย์ศิลป์

.......ชาย มึงมี 20 บาทไหม? กูอยากกินไก่อบฟาง.... นายเตี้ยเดินออกมาจากห้องดรออิ้งร้องถาม ผมควักกระเป๋า ส่งแบ็งค์ 20 ให้ไป

เตี้ยเดินออกประตูกรมศิลปฯ ข้ามไปที่ตลาดนัดสนามหลวง (ปัจจุบันตลาดคือตลาดจัตุจักร) พักหนึ่งก็กลับเข้ามาหิ้วไก่สดมาหนึ่งตัว และเครื่องปรุงรสอะไรอีกสองสามอย่าง ผมงุนงง คาดว่าเขาจะไปซื้อไก่ย่างเป็นตัวๆมากิน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

เขาเอาไม้รวกปักลงไปที่สนามหน้าอาจารย์ศิลป์ เสียบไก่ไว้แล้วกลับเข้าไปในห้องดรออิ้ง หอบเอากระดาษปรู๊ฟ ที่ใช้แล้วของศิลปินแห่งชาติในอนาคตมาหอบนึง เป็นกระดาษที่พวกเราดรออิ้งฟิกเกอร์ คน สัตว์ สิ่งของ โต๊ะ เก้าอี้ ต้นไม้ กระทั่งรถไฟ ส่งให้อาจารย์ตรวจ ให้คะแนนแล้ว ต่อไปข้างหน้า แต่ละภาพ อาจขายได้ราคาเรือนหมื่นเรือนแสน

เตี้ยเอาปี๊บมาจากไหนไม่รู้ ครอบลงไปบนไก่ที่ถูกเสียบประจานแล้วสุมกระดาษปรู๊ฟลงไป จุดไฟลุกท่วมลมพัดควันไปทางอาจารย์ศิลป์

เกือบครึ่งชั่วโมง เขาจึงเลิกเติมกระดาษปรู๊ฟ ยกปี๊บออก ไก่อบผิวเหลืองดูน่ากินไม่ใช่น้อย แต่เมื่อฉีกกิน กลิ่นควันแทรกเข้าไปในเนื้อไก่ ไม่หอมเหมือนกลิ่นฟาง

ไก่อบฟางสูตรนี้จึงเป็นตัวสุดท้ายของเขา

รางวัลของเตี้ย

คณะจิตรกรรมฯ มีวิชาสถาปัตยกรรมไทย อาจารย์หลวงวิศาลศิลปกรรม เป็นผู้สอน ตอนปลายปี ต้องสร้างโมเดลหนึ่งชิ้น เช่นบุษบกอาจารย์จะแจกพิมพ์เขียว แบบแปลนมาให้

วิชานี้เป็นอริกับผม อ่านแปลนไม่ออกทำผิดๆถูกๆ ตัดไม้บาร์ซาเสียไปตั้งหลายแผ่น ร้อนถึงเตี้ยต้องแบ่งเวลามาช่วยสอน ช่วยตัดไม้ให้ ส่วนของเขาทำเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว ได้สัดส่วนสวยงาม ตัวกนก กระจังไม่มีที่ติ เมื่อประกอบเสร็จแล้วถ่ายรูปออกมาดูเหมือนของจริง

เรียนจบเตี้ยไปทำงานกับท่านมุ้ยในตำแหน่งโปรดักชั่นดีไซน์

งานของเขาคือออกแบบฉากต่างๆที่จะเกิดขึ้นในหนัง ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นตัวละคร มุมกล้อง แบ็คกราวนด์ โฟร์กราวนด์ รวมถึงเครื่องแต่งกาย อาวุธยุทโธปกรณ์ และอื่นๆ

งานของเขาฟังดูมีความสำคัญในการถ่ายทำมากทีเดียว เมื่อผมเห็นภาพที่เขาเขียนขึ้นสำหรับภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีตั้ง 4 -5 ภาค ผมกระเซ้าเขาว่า จบอภิมหาโปรเจกต์นี้ มึงซื้อบ้านใหม่ได้เลย

เขาหัวเราะหึ หึ ....ถ้าเป็นบริษัทฝรั่ง คงได้อย่างที่มึงว่า แต่นี่หนังไทย เขาไม่ให้ค่าของตำแหน่งนี้เท่าไหร่

จบโปรเจ็คนี้กูคงเลิกทำแล้ว ทำมาตั้งสามสิบกว่าปี ยังไม่มีบ้านอยู่ กูว่าจะไปอยู่ต่างจังหวัดกับลูกสาวเขียนรูปเล่นดีกว่า..........!!!(ปัจจุบันนี้เตี้ยอยู่กับลูกสาวจริงๆ)










(HOME)


Contact Us