Bangkok Art News

   ต้องการเผยแพร่ข่าวสาร ติดต่อเราได้ที่ E-mail: spintrue@truemail.co.th,

ฟิลิปปินส์ กับ "Venice Biennale 2019"

ดูศิลปะ “แสงเงา”ของฟิลิปปินส์ ที่ “เวนิส เบียนน่าเล”


ศาลาการแสดงงานของฟิลิปปินส์ ที่ Arsenale ที่เคยเป็นโรงงานเก่าขนาดใหญ่ ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่แสดงผลงานศิลปะ


การ update ของ Bangkok Art News ครั้งที่แล้ว เราได้พูดถึง ภาพรวม Venice Biennale ครั้งที่ 58 ที่เล่าเรื่องน้องใหม่ มาเลเซีย และสิงคโปร์ไปแล้ว

ครั้งนี้เราขอพูดถึง ประเทศที่เหลือในอาเซียน คือฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย ทั้ง 3 ประเทศนี้ถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจด้านศิลปะของอาเซียน ด้วยการวัดจากรางวัลยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 จากการประกวด ASEAN Art Awards

ไทยเราดูจะคะแนนนำกว่าเพื่อน เพราะได้ที่ 1 จำนวน 3 ครั้ง เทียบเท่ากับฟิลิปปินส์ ที่ได้ที่ 1 จำนวน 3 ครั้ง แต่เรามีแต้มต่อเล็กน้อย ที่ได้ที่ 1 ครั้งแรกของการประกวด

ส่วนอินโดนั้นได้ที่ 1 จำนวน 2 ครั้ง มาเลเซีย และสิงคโปร์ได้คนละครั้ง จากการประกวดทั้งหมด 10 ครั้ง 10 ปี รางวัลที่ศิลปินแต่ละประเทศได้รับคงพอจะเป็นเครื่องวัดได้บ้างนะครับ?


ผลงานของศิลปินฟิลิปปินส์ ที่ถูกนำลงใน website ของ Venice Biennale 2019


ครั้งที่แล้วเราได้พูดถึงภาพรวม มาเลเซียและสิงคโปร์ไปแล้ว ครั้งนี้ก็ขอพูดถึงฟิลิปปินส์กันบ้าง

ในยามนี้ ฟิลิปปินส์ ที่มีหมู่เกาะน้อยใหญ่เรียงรายกันเป็นจำนวนมากที่มีคลื่นลมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ในปีนี้ คลื่นลมได้พัดพา Mark O. Justiniani. ศิลปินชื่อดังหนึ่งเดี่ยวของฟิลิปปินส์ไปไกลถึงอิตาลี ร่วมกับ curator ของเขาคือ Tessa Maria Guazon เพื่อไปร่วมงาน Venice Biennale ครั้งที่ 58 ที่สื่อมวลชนฟิลิปปินส์ขนานนามให้กับงานนี้ว่าเป็น “โอลิมปิคของโลกศิลปะ”


ผลงานของ Mark ชื่อ The Settlement. 2017 ในงาน Bangkok Art Biennale และรูปของ Mark


Mark นับได้ว่าเป็นศิลปินตัวเต็ง ที่จะได้รับเลือกเป็นตัวแทนของประเทศมางานนี้ หลังจากได้รับเชิญให้เข้าร่วม Bangkok Art Biennale ที่กรุงเทพปีที่แล้ว ได้แสดงฝีมือแสดงผลงานไว้น่าประทับใจ(รูป)ร่วมกับศิลปินชาติอื่นอีกเป็นจำนวนมาก

และถ้าย้อนหลังไปอีกสัก 20 ปี Mark ไม่ใช่คนหน้าใหม่ของวงการ เขากำลังมาแรงด้วยวัยหนุ่ม ผลงานได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศในการประกวด ASEAN Art Awardsการประกวดศิลปะระดับ ASEAN รายการเดียว ที่มีรางวัลก็สูงสุด(ที่ Mark ได้ลงเรื่องราวเล่านี้ในประวัติของเขาเอง)


ผลงานของ Mark(ซ้าย) ชื่อ "Our Father" และผลงานของ "ภิวัฒน์ นพหิรัญ" (ขวา) ที่ Asenale ชื่อว่า “No Roots, No Shoots”


การมาเวทีใหญ่ระดับ Venice Biennale ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมแต่เนิ่นๆ ยิ่งได้รับหัวข้อว่า “Island Weather” ที่มีความหมายกว้าง แต่ Mark ให้ความเห็นไว้กับ CNN ฟิลิปปินส์ ว่า “ผมคิดว่าพวกเราเป็นชาวเกาะ และชีวิตพวกเรายังเป็นของทะเล”

จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ เช่น หัวข้อที่ได้รับคือ “Island Weather” แนวคิดของ Mark ที่มีต่อสภาพแวด ล้อมและหมู่เกาะของประเทศเขา ประกอบกับความถนัดในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่ในระยะหลังนี้ Mark จะใช้กระจก แสงเงา และพื้นที่ว่างเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน


ผลงานของ Mark ที่อยู่ใน website ที่เป็นทางการของ Venice Biennale 2019


ผลงานของ Mark ในงานนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรก เรียกว่า “Island Voyage” ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ที่เกี่ยวโยงกับประภาคารเก่าในยุคที่ยังเป็นเมืองขึ้น

ส่วนที่ 2 เรียกว่า “Local Forecast” ที่เกี่ยวข้องกับอากาศแปรปวน เกี่ยวข้องกับการพยากรณ์ ที่ยังมีส่วนเกี่ยวโยงถึงประภาคาร ที่เราจะใช้มองถึงความแปรปวนที่เกิดขึ้นในท้องทะเล ในขณะเดียวกันประภาคารนี้ก็ถูกมองจากเรือแพในท้องทะเลด้วยในเวลาเดียวกัน

และส่วนที่ 3 คือส่วนที่เรียกว่า “Piers and Ports” ที่สิ่งที่ Mark ใช้ในการค้นหาความจริง ด้วยการมองเห็นด้วยตาตัวเองเหมือนกับวลีของไทยที่ว่า “ได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง” หรือจะได้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจจะธรรม

นี่คือแนวคิดของ Mark แนวคิดของประเทศฟิลิปินส์ที่นำเสนอใน Venice Biennale ครั้งที่ 58 นี้ ที่ Arsenale ใกล้กับของสิงคโปร์ ที่ในอดีตพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานเก่าขนาดใหญ่ของเมืองเวนิส


ผลงานของ Mark 2 ผลงานที่ผ่านมา ที่มีแนวใกล้เคียงกับผลงานใน Venice Biennale 2019


Previous | HOME | Next