มองเมืองน่านผ่านฝีแปรง“เด็กทุนป๋า”หาทุน“ช่วยน้อง”
ตอนที่ ๔ ยอดฝีแปรงแห่งปัว
...............................................
     กิจกรรม Art Camp ปีนี้มีความแตกต่างจากปีก่อนๆกล่าวคือ จะมีการคัดเลือกผลงานเข้ารอบจำนวน ๕ ผลงาน จากผลงานทั้งหมดเป็นครั้งแรกเพื่อนำผลงานที่โดดเด่นจำนวนนี้ไปเลือกใช้เป็นบัตรเชิญปกหน้าและปกหลังของหนังสือสูจิบัตร Art Camp ประจำปี ๒๕๖๐
     ผลงานที่อำเภอปัวนี้ได้มีการคัดเลือกไว้จำนวน ๒ ผลงาน ผลงานแรกเป็นผลงานของ “วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ” ที่มีชื่อว่า “ทิวทัศน์” ขนาด ๘๐ x ๖๐ ซม. งดงามด้วยสีแดงสดใส รุนแรงด้วยฝีแปรงที่วาดด้วยความฉับไว ให้ความรู้สึกแบบสดๆ ยิ่งดูยิ่งงาม
     ผลงานชิ้นที่ ๒ เป็นของ “เพียงขวัญ คำหรุ่น” ชื่อ “ปัว ณ น่าน” ขนาด ๖๐ x ๘๐ ซม. เป็นผลงานหวานซึ้งเป็นภาพท้องทุ่งอำเภอปัว ที่อบอุ่นจากเถียงนา และสะพานไม้ไผ่ ที่ต่อเชื่อมทอดยาว ไปยังพื้นที่อื่นในท้องทุ่งของอำเภอปัวแห่งนี้
     ฝีมือของเด็กทุนป๋าทั้งคู่นี้ ถือได้ว่ามีฝีมือชั้นแนวหน้า ผลงานเคยได้รับการคัดเลือกเคยนำมาขึ้นปกมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านๆมา มาคราวนี้ก็ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบอีก นับว่าเป็นผู้ที่มีฝีไม้ลายมือจริงๆ
     เมื่อพูดถึงอำเภอปัวแล้ว ตอนนี้ก็ขอย้อนกลับมาที่ฐานที่มั่นคือ “หอศิลป์ริมน่าน” ที่มีศิลปินอาวุโสหรือศิลปินผู้เฒ่าหลงเหลืออยู่จำนวนนับสิบชีวิต ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับศิลปินท้องถิ่น ศิลปินอาวุโส ท่านแรกที่เรียกขานกันในหมู่พวกเราว่า “น้าออด” (สุจินตน์ ตรีณรงค์) ตามด้วยแม่งานใหญ่ “อาจารย์ยุ่น” (อาจารย์วีรเดช พนมวัน ณ อยุธยา) ที่กำลังมือขึ้นเขียนรูปเมื่อไหร่ได้รับคำชมเมื่อนั้น ก็ไม่ยอมหนีไปไหนยืนทำงานเป็นกำลังใจให้ศิลปินรุ่นน้องๆที่ทำงานอยู่ใน บริเวณนี้ โดยมี “พี่เซียน” (นภดล โชตะสิริ) กรรมการของกองทุนฯ ทำงานเป็นลูกคู่
     วันนั้นหอศิลป์ไม่เงียบเหงา มุมสงบต่างๆ ทั่วบริเวณหอศิลป์ได้กลายเป็นที่ทำงาน และรับแขกของผู้เข้าชมหอศิลป์ไปในตัว ทำให้หอศิลป์ริมน่าน มีชีวิตชีวาได้อย่างน่าประหลาด
     การทำงานในวันแรกได้ผ่านไปด้วยความราบรื่น     (โปรดติดตามตอนที่ ๕ มีผู้ใหญ่มาเยือน)