Bangkok Art News


1Sak

3 ศิลปกรรมยอดเยียมอาเซียน

บังเอิญเหลือหลายครับที่มีคนส่งผลงานระดับ TOP หรือผลงานระดับยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 ของอาเซียนมาให้ช่วยประเมินราคาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็บังเอิญอีกเช่นกันที่ปีนี้เป็นปีที่ครบ 25 ปี ของการเริ่มมีการประกวดศิลปะกรรมอาเซียน (ASEAN Art Awards) เป็นครั้งแรกเมื่อ 2537 (ค.ศ. 1994)

ผลงานดังกล่าวนี้เป็นของ “ศักชัย อุทธิโท” ที่มีชื่อว่า “ชีวิตในชนบท” เป็นผลงานขนาดใหญ่ 200 x 180 ซม. เทคนิคเป็นสีน้ำมันบนผ้าใบ (รูป) เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลที่ 1 ในครั้งที่ 2 ของการประกวดศิลปะกรรมอาเซียนในปี 2540 (ค.ศ. 1996) ที่มีการจัดประกวดในรอบสุดท้ายของประเทศในอาเซียน 10 ประเทศขึ้นในประเทศไทย

การประกวดศิลปกรรมอาเซียนนี้โด่งดังมากในยุคนั้น เนื่องจากมีเงินรางวัลที่สูงมาก คือ ผลงานที่ชนะเลิศรางวัลที่ 1 จะได้เงินรางวัล 250,000 เหรียญสหรัฐ (ซึ่งคิดเป็นเงินไทยในยุคนั้นก็กว่าล้านบาท) นับได้ว่าเป็นเงิน


รางวัลที่สูงน่าจูงใจมาก และไม่มีการประกวดศิลปกรรมที่ไหนในไทยมีตั้งรางวัลได้สูงขนาดนั้น ในยุคนั้นรางวัลสูง 250,000 บาท ก็นับว่าสูงมากแล้ว

เงื่อนไขที่จูงใจศิลปินให้ส่งงานเข้าประกวดอีกประการก็คือ ผลงานที่ชนะเลิศรางวัลที่ 1 ผลงานชิ้นนั้นยังเป็นของศิลปินเจ้าภาพที่จัดการประกวดไม่ได้ยึดผลงานไปเหมือนที่ปฎิบัติกันในประเทศในเวลานั้น และปฎิบัติติดต่อกันเป็นประเพณีจนถึงปัจจุบัน

การจัดประกวดศิลปะกรรมอาเซียนนี้ได้มีการจัดประกวดกัน 10 ปีเต็มแล้วได้หยุดไป โดยการประกวดทั้ง 10 ครั้งนี้ ประเทศที่ได้รางวัลที่ 1 มากที่สุดมีอยู่ 3 ประเทศด้วยกันคือ ประเทศไทย ที่ได้รางวัลที่ 1 ครั้งแรก และได้รางวัลที่ 1 และอีก 2 ครั้ง รวมเป็น 3 ครั้ง เท่ากับประเทศฟิลิปปินส์

ประเทศที่ได้รางวัลที่ 1 รองลงมาก็คือประเทศอินโดนีเซีย ได้รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ครั้ง มาเลเซียและสิงคโปร์ได้รางวัลประเทศละ 1 ครั้ง รวมแล้ว 10 ครั้งพอดี


สำหรับประเทศไทยโด่งดังและมีเครคิตชั้นแนวหน้าของผลงานศิลปินเนื่องจากเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลที่ 1 ในการประกวดครั้งแรก ที่จัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ และศิลปินที่ได้รับรางวัลที่ 1 ก็คือ “สันติ ทองสุข” จากผลงานชื่อ “ลมหายใจในเมืองหลวง” สร้างขึ้นด้วยเทคนิคสีน้ำมัน มีขนาดใหญ่ 170 x 120 ซม. ปัจจุบัน ผลงานชิ้นอยู่ที่ 129 Art Museum เขาใหญ่

ส่วนผลงานที่ได้รับรางวัลที่ 1 ครั้งที่ 2 เป็นผลงานของ “ศักชัย อุทธิโท” ดังกล่าวข้างต้นนั้น ผลงานได้เปลี่ยนมือจากศิลปินไปหลายทอด จนมาเป็นของผู้ที่ส่งผลงานมาให้ตีราคาครั้งนี้ (ผลงานแรกด้านบน)

โดยผลงานที่ได้รับรางวัลที่ 1 ครั้งที่ 3 ในปี 2542 (ค.ศ.1999) ที่จัดขึ้นที่กัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย นั้นเป็นผลงานของ “พิวัฒน์ นพหิรัญ” ชื่อ “ยิ้มซ่อนมีดคม”(รูปซ้าย) ที่ศิลปินมองสังคมในยุคนั้นว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักซ่อนมีดซ่อนคมไว้ข้างหลัง พร้อมที่จะห้ำหั่นซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา


ผลงานชิ้นนี้สร้างขึ้นด้วย เทคนิคสื่อผสม ขนาด 190 x 150 ซม.(รูป) คาดว่าผลงานที่มีค่าชิ้นนี้ยังอยู่กับศิลปิน เนื่องจากศิลปินนั้นมีอันจะกิน ไม่ต้องการขายผลงาน เพราะ “พิวัฒน์” เป็นลูกของ คุณนันทา ตันสัจจา เจ้าของโรงหนังดัง “ลิโดและสกาล่า” แม้ว่าโรงหนังจะปิดไปแล้วก็ตาม

เท่าที่สามารถติดตามข้อมูลในเรื่องราคาได้นั้นก็พอจะมีเทียบเคียงกันอยู่ 2 ผลงานคือผลงานของ “สันติ” และ “ศักชัย” เพราะได้หมุนเวียนอยู่ในท้องตลาด ส่วนของ “พิวัฒน์” นั้นสงบนิ่งอยู่กับศิลปินตั้งแต่ต้นเลยไม่มีการเคลื่อนไหวของราคาเลย

การเคลื่อนไหวด้านราคาที่เราพอจะตามได้ก็คือผลงานของ “สันติ” ที่ตั้งราคาแรกเข้าประกวดศิลปะกรรมอาเซียนนั้นอยู่ที่ 80,000 บาทถ้วน ไม่ขาดไม่เกิน แต่เมื่อได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงาน 1 ใน 5 ที่จะถูกส่งไปที่สิงคโปร์เพื่อแข่งขันกับอีก 9 ประเทศเพื่อหาที่ 1 ในอาเซียน

กรรมการตัดสินก็ได้ถาม “สันติ” ว่าจะไปรับราคาผลงานขึ้นหรือไม่ ปรากฎว่าแทนที่ “สันติ” จะตอบว่าจะปรับหรือไม่ปรับ หรือปรับเป็นเท่าไหร่?


“สันติ” เลือกที่จะเดินไปที่ป้ายราคาผลงานตัวเองพร้อมปากกาเส้นโต ไปวงเลขสูญเพิ่มเข้าจากเดิมให้เป็น 800,000 หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า ทำให้คณะกรรมการถึงงง ต้องถาม “สันติ” ว่าเพิ่มเป็นราคานี้แน่นะ “สันติ” ก็ไม่ตอบ ได้แต่ผงกหัว 2-3 ครั้งเป็นการยืนยันราคา

การเดินทางของราคาผลงานของ “สันติ” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะหลังจากผลงานได้ถูกส่งไปแข่งขันรอบสุดท้ายที่สิงคโปร์ ผลก็ออกมาอีกว่าผลงานชิ้นนั้นของ “สันติ” ได้รับคัดเลือกด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการต่างชาติเป็นกลางจาก ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และฮ่องกง ให้ได้รับรางวัลที่ 1

นั่นแหละได้เวลาที่จะต้องถาม “สันติ” อีกครั้ง ว่าจะเปลี่ยนราคาผลงานหรือไม่ ถ้ามีคนสนใจในงานที่จะซื้อไปสะสม เนื่องจากการประกวดรางวัลในครั้งนั้น จัดขึ้นกลางงานแสดงศิลปะกรรมระดับโลกที่มีชื่อเสียงเรียกขานว่านิทรรศการ “เทซอ”


คราวนี้ “สันติ” ไม่เสียเวลาต้องลากปากกาไปเปลี่ยนแปลงราคาด้วยตัวเอง แต่ได้ส่งเสียงตอบคณะกรรมการที่สอบถามด้วยเสียงดังฟังชัดในงาน

ถึงตรงนี้ก็อยากให้ท่านผู้อ่านได้พักแล้วเดาว่า “สันติ” จะปรับราคาให้โด่งขึ้นไปอีกเป็นเท่าไหร่กัน? หรือจะไม่ปรับราคาขึ้นไปเพราะอยากขาย ทุกคนได้คาดเดากันต่างๆนานาไม่รู้จบ ขณะที่รอคำตอบจาก "สันติ"

แล้ว “สันติ” ก็ตอบคณะกรรมการในวันนั้น แบบเสียงดังฟังชัดว่า “4 ล้านบาท”

นับตั้งแต่นาทีนั้นราคาผลงานชิ้นนี้ก็เป็น 4 ล้านมาโดยตลอด จนมาอยู่กับ “129 Art Museum” ที่ราคาเท่าไหร่?นั้นสุดจะคาดเดาได้จริงๆ ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงของราคาผลงานของ “สันติ” ที่ชื่อ “ลมหายใจในเมืองหลวง”

แต่สำหรับของ “ศักชัย” ที่มีคนส่งมาให้ประเมิน ที่มีดีกรีรางวัลที่ 1 เช่นกัน เรายังประเมินไม่ออกว่าราคาที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่? จึงขอเวลาหาข้อมูลอีกสักหน่อยก่อนฟันธงครับ


(HOME)